ประกันสุขภาพ
วิธีเลือกประกันชีวิตผู้สูงอายุ
ประกันชีวิตเป็นการฝากเงินออมเพื่อการวางแผนในอนาคต โดยผลตอบแทนจะเป็นการคุ้มครองด้านค่าใช้จ่าย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ในส่วนประกันชีวิตผู้สูงอายุในการสมัครสมาชิก จะมีขั้นตอนมากมาย ต้องตรวจสุขภาพเพื่อใช้เป็นการประเมินผลในการอนุมัติประกันชีวิตรายบุคคล ประกันชีวิตผู้สูงอายุ ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการด้านการประกันสุขภาพ อุบัติเหตุทั่วไป ในการประกันกับผู้สูงอายุนั่น ในอดีตไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะผู้สมัครต้องผ่านการตรวจโรคต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการสมัครประกันชีวิตเองไม่มั่นใจว่าตนเองจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ โดยทางผู้บริการจะคำนึงถึงในอนาคต เพราะอาจมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัว และป่วยง่าย ในปัจจุบันนี้ ได้มีหลายบริษัทที่ออกมาเปิดรูปแบบการประกันชีวิตผู้สูงอายุโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ จนทำให้ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าหลายๆท่าน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ รูปแบบการประกันมีกฎระเบียบแบบแผนใดๆหรือไม่ เพราะตามปกติแล้ว การสมัครประกันชีวิตผู้สมัครต้องทำการยืนยันสุขภาพของตัวเอง และไม่ปกปิดสุขภาพใดๆของตัวเอง ซึ่งหากไม่มีการตรวจสุขภาพ ในอนาคตหากส่งเงินไปลูกค้าจะได้รับเงินปันผลหรือไม่ จะได้รับความคุ้มครองจำกัดอยู่ในระดับใด โดยเงื่อนไขต่างๆที่เห็นทางโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่ป้ายโฆษณา ก็มักจะไม่บอกเงื่อนไขที่ต้องรับรู้ หรืออาจมีแต่เป็นตัวอักษรที่เล็กมากแล้วอ่านไม่ทัน จากประสบการณ์ของคนรอบข้าง การสมัครประกันชีวิตผู้สูงอายุ ไม่ต้องตรวจสุขภาพนั้นจะไม่สามารถสมัครสัญญาใดๆเพิ่มเติมหลังจากสมัครกรมธรรม์ได้อีก ดังนั้นผู้ใดสนใจที่จะสมัครประกันชีวิตควรบอกกล่าวความจริงทั้งหมดว่าเป็นโรคใดๆที่ไม่รองรับหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาเพราะขุดขายคือการไม่ต้องตรวจสุขภาพ การสมัครประกันชีวิต สมัยนี้มีการเข้าถึงตัวผู้ประกันตนมากขึ้น โดยตัวแทนขายประกันชีวิต จากบริษัทต่างๆเช่นประกันชีวิตเอไอเอ หรือไทยประกันชีวิตจะคอยมีพื้นที่ให้บริการและสอบถาม ดังนั้นหากต้องสมัครประกันชีวิตผู้สูงอายุหรืออยากจะสมัครให้พ่อแม่ต้องถามรายละเอียดให้หมดและต้องไม่ปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องสุขภาพของตัวผู้ประกันตนเอง
ประกันชีวิตสำหรับเจ้าตัวเล็ก
อีกไม่นานจะมีสมาชิกใหม่ของบ้านเข้ามาเพิ่มแล้ว คุณพ่อคุณแม่มือใหม่คงกำลังตื่นเต้นและมีคำถามเกี่ยวกับลูกน้อยมากมาย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องสุขภาพและการเก็บเงิน เจ้าตัวน้อยที่พึ่งลืมตาดูโลกจะมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะต่อสู้กับมลพิษยุคปัจจุบันหรือเปล่า และถ้าลูกป่วยบ่อยเราจะทำอย่างไรดี การเก็บออมเงินสำหรับลูกเริ่มเก็บเลยดีไหม ทำประกันชีวิตออมทรัพย์หรือประกันสุขภาพให้ลูกดี หรือว่าทำทั้งสองอย่างรวมกัน และ ถ้าตกลงใจทำประกันชีวิต แบบไหนถึงจะดีที่สุดล่ะ ถ้าเจ้าตัวน้อยป่วยจนต้องเข้าพักรักษาที่โรงพยาบาลแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้รับการรักษาที่ดีที่สุดสะดวกสบายกับทั้งคนไข้และคนเฝ้าไข้ โรงพยาบาลเอกชนจึงเป็นตัวเลือกแรกที่จะเข้าไปรับการรักษา แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการนอนพักรักษาตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อครั้ง หากทำประกันสุขภาพไว้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองไปได้มาก ประกันสุขภาพปีแรกเฉลี่ยจ่ายอยู่ที่ราคา 10,000 – 17,000 ราคากรมธรรม์ยิ่งมากค่าชดเชยก็ครอบคลุมมากขึ้น บางกรมธรรม์มีค่าชดเชยให้กับคนที่ต้องเสียรายได้มาเฝ้าเด็กที่โรงพยาบาลถึงวันละหนึ่งพันบาท ถึงเวลาที่ต้องจ่ายจริง ผู้ปกครองก็จะจ่ายส่วนต่างไม่กี่พัน นอกจากนี้โรงพยาบาลบางแห่งยังมีการให้ทำบัตรสมาชิกเพื่อใช้เป็นส่วนลดจากส่วนต่างที่ต้องจ่ายได้อีก นอกจากประกันสุขภาพที่ผู้ปกครองควรจะพิจารณาแล้วยังมีประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์สำหรับลูกน้อย ซึ่งเป็นทางเลือกในการออมเงินไว้เป็นทุนสำรองสำหรับเจ้าตัวเล็กเมื่อโตขึ้น ผู้ปกครองบางรายที่เลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถเก็บเงินเป็นก้อนใหญ่ไว้ให้ลูกได้ ฝากประกันชีวิตได้ดอกเบี้ยที่มากกว่าธนาคาร และมีระยะเวลากำหนดทำให้ไม่สามารถถอนออกมาก่อนได้ ทำให้แน่ใจว่า ลูกจะมีเงินตั้งตัวเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ผู้ปกครองบางรายเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และเพิ่มประกันสุขภาพเข้าไปในกรมธรรม์เดียวกันด้วย ซึ่งถ้าต่อไปลูกโตขึ้นไม่ค่อยป่วยและใช้ประกันสุขภาพบ่อยเท่าตอนที่ยังเล็กๆแล้ว หากมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ มาเพิ่มภาระ อาจจะทำให้ส่งกรมธรรม์ลำบาก ถ้ามีเงินพอที่จะส่งได้ขอแนะนำให้ ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 1 กรมธรรม์ และ ประกันสุขภาพอีก 1 กรมธรรม์ จะมีประโยชน์มากกว่า ถึงคราวที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะจริงๆ จนต้องต้องลดรายจ่ายลง เราก็อาจเลือกเก็บแต่กรมธรรม์หลักไว้ก็ได้..
